bible-study-light_960_640_sfw

ก้าวที่หนึ่ง ท่านต้องฝึกฝนและ ค้นหา รู้ภาระใจการทรงเรียก และ ถูกสร้างให้เจริญเติบโต

ให้ท่านรับใช้หลายๆ อย่าง จนค้นพบภาระใจของตัวเอง แม้ท่านอาจต้องถูกผู้นำสลับปรับเปลี่ยนการรับใช้ หรือเมื่อท่านรับใช้ไป มันไม่เกิดผล ท่านจะปล้ำสู้ แล้วต้องเปลี่ยนเมื่อเวลามาถึง ก็อย่าท้อแท้ อย่าอาย เมื่อต้องถูกปรับเปลี่ยน และอย่ากลัว เพราะเรากำลังค้นหาของประทานของเราในด้านภาระใจ เพราะก่อนอื่นเราต้องเข้าใจพื้นฐานของ ของประทานก่อน เพราะเมื่อเราเกิดมา เราได้รับของประทานในด้านภาระใจ หรือบางคนเรียกว่า ของประทานด้านบุคลิคภาพ และวันหนึ่ง เมื่อเรารับเชื่อ กลับใจใหม่ วันนั้นการเจิมในของประทานนั้น จะถูกปลอดปล่อยออกมาในการรับใช้พระเจ้า เราเรียกว่า ของประทานจากพระบิดา ซึ่งประทานให้แก่เราตั้งแต่เกิด ซึ่งอยู่ในพระธรรม (รม12:3)

นักวิชาการบางคนเรียกว่า ของประทานแห่งการไถ่ ก็คือ ของประทานด้านนี้จะมีการเจิมในการรับใช้ในตัวเอง เพื่อไถ่บ้านเมือง ที่เขาอาศัยอยู่ หรือใช้ภาษาง่ายๆ ก็คือ ด้วยภาระ บุคลิคภาพของเขา เพื่อช่วยเหลือบ้านเมืองที่เขาอาศัยอยู่ แต่หากวันหนึ่งเขาเชื่อในพระเจ้า ของประทานเหล่านี้ ก็จะเป็นพระพรในการรับใช้ ใน
คริสตจักร แต่ว่าก็มีจุดอ่อน จุดแข็งในของประทานนั้นๆ ในลักษณะนิสัยนั้นๆ ที่เราต้องระวังด้วย นี่เองเป็นส่วนที่คริสตจักรจะสร้างสาวก ให้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์ และเจ้าตัวเองต้องตั้งใจที่จะสร้างตัวเองให้เจริญเติบโตเข้มแข็ง จนสามารถเอาชนะจุดอ่อนนั้นให้ได้ เราจึงจะสามารถรับใช้ เข้าใจการเจิม และเกิดผลได้อย่างเต็มที่ ดังเช่น

คนที่มีของประทาน การเผยวจนะ จะเป็นผู้ที่ดึงเอาสิ่งใหม่ของพระวจนะของพระเจ้า เพื่อนำการรื้อฟื้นขึ้นมา มีการเจิมเหนือความยากจน แต่ก็จะมีจุดอ่อน เรื่องความสัมพันธ์กับผู้อื่น
คนที่มีของประทาน ผู้ปรนนิบัติ จะมีการเจิม และสิทธิตั้งแต่เกิด เรื่องการมีชีวิตเพื่อพระกาย การอธิษฐานวิงวอนเพื่อผู้นำ รื้อฟื้นดูแลครอบครัวที่ไม่มีใครสนใจ แต่จุดอ่อนของเขาก็คือ เขาเป็นคนยอมทุกอย่างเพื่อสันติภาพ บางทีอะลุ่มอล่วย และบางครั้งตกเป็นเหยื่อแห่งการรับใช้ ยอมทำให้ได้แก่คนไม่เป็นผู้ใหญ่ที่คิดเอาเปรียบเขาได้

คนที่มีของประทาน การเป็นครู เขาจะเดินในการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า ปลดปล่อยความจริงแห่งพระคำแก่คนรุ่นต่อไป แต่หากเขาไม่โต เขาจะกลายเป็นคนมีวิญญาณศาสนาได้ เพราะเขาเป็นคนสอน มีแนวโน้มจะสร้างกฎระเบียบแปลกๆ ตามความเจริญเติบโต และบาดแผลของเขา อีกทั้งยังมีนิสัยที่เลือกความรับผิดชอบด้วย

คนที่มีของประทาน ผู้ตักเตือน ก็จะมีการเจิมในการทำให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เข้าใจพระคำ แต่หากเขาไม่โตจะคลั่งไคล้ การปลอบโยน
คนที่มีของประทาน ของการเป็นผู้ให้ จะมีการเจิม ในการเลี้ยงดู สังเกตุ เขาจะให้เวลาหาสิ่งโน้นสิ่งนี้ให้ลูกแกะที่เขาเลี้ยง แต่หากเขาไม่โต เขาก็จะเป็นคนควบคุมคน
คนที่ทีของประทาน การครอบครอง จะมีสิทธิอำนาจปลดปล่อย การเจิม ดูแล ปกครอง อารักขา แต่หากไม่โตจะกลายเป็นคน ตักตวงผลประโยชน์ ให้กับตัวเองไปเลย
คนมีของประทานเมตตา ก็จะมีการเจิมในการสัมผัสพระเจ้าง่าย การนมัสการ การทรงสถิต เรื่องแบบนี้จะดูง่ายสำหรับคนมีของประทานกลุ่มนี้ แต่หากไม่โตก็จะกลายเป็นคนที่ดื้อรั้น เน้นอารมณ์ ไม่ฟังใคร

ของประทานทั้งหมด เปรียบเสมือนการวางพื้นฐานในการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือ สนับสนุนกัน และทุกของประทานจำเป็นต้องประสานกันในการทำงานทั่วไป การเลี้ยงดู การสร้างสาวก การประกาศ ทีมนมัสการ และเขาทั้งหมดต้องรับการสร้างเป็นสาวก เกิดผลของพระวิญญาณ ถูกขัดเกลา เพื่อจะเอาในมุมลบ เอาชนะจุดอ่อนให้ได้ก่อนครับ เพื่อพวกเขาจะได้เป็นแสงสว่างให้แก่โลกนี้ และใช้ของประทานเหล่านี้ไถ่ ปลดปล่อยบ้านเมือง คริสตจักรให้มีชัยชนะ

เราลองมาฟังเรื่องนี้ด้วยกัน หากมีผู้สนใจมาเยี่ยมคริสตจักร บังเอิญไปเดินชนถาดคุกกี้ หกเลอะเทอะในห้องประชุมก่อนการนมัสการ คนที่มีของประทาน เผยวจนะ ก็จะมีถ้อยคำหนุนใจ ชูใจให้สั้นๆ ง่ายๆ ส่วนผู้ปรนนิบัติก็จะรีบมาช่วยในการรักษาความสะอาดโดยไม่บ่นเลยสักคำ ผู้มีของประทานครู ก็จะเริ่มสอนผู้จัดวางถาดขนมว่า คราวหน้าควรวางอย่างไร แล้วผู้ตักเตือนก็หนุนใจคนที่เริ่มบ่น ว่ายังไงพวกเราก็ให้เป็นหนึ่งเดียวกันนะอย่าบ่นเลย ส่วนผู้ให้ ก็จะรีบไปซื้อขนมอันใหม่มา และผู้ครอบครองก็มาจัดการ พูดประกาศหนุนใจ สังเกตว่าคราวหน้าควรจัดโต๊ะคุกกี้อาหารว่างอย่างไร? จัดการคิดบริหารใน ความเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว และคนทีความเมตตา ก็เข้าปลอบโยน ผู้สนใจที่มาเยี่ยม มันเป็นภาพสวยงาม หากทุกของประทาน มีชีวิตที่เติบโต และทำหน้าที่เหมาะสม เมื่อมีการทำผิดพลาดอย่างหนึ่งอย่างใด มีการแก้ไขครบสมบูรณ์ แต่หากว่า แต่ละของประทานไม่โต ก็จะมีแต่การตำหนิ ต่อว่า บ่น และปราศจากการแก้ไขในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ท้อใจไปในที่สุด ด้วยเหตุนี้ การรับใช้หลายๆ อย่างค้นหาภาระใจ และพัฒนาสู่ความเจริญเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง และแต่ละของประทานยังคงทำหน้าที่ของตนคือ ประกาศ สร้างสาวก ตามพระมหาบัญชาต่อไป แต่เขาก็ยังคงรับใช้ด้านอื่นๆ ตามภาระใจในคริสตจักร และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสัมพันธ์ที่ดี กับ เพื่อนๆ ในคริสตจักรและกับผู้นำที่ดูแลท่าน จะทำให้ท่านมีโอกาส เปิดโอกาสให้ท่านรับใช้เขาเหล่านั้น จุดนี้เราต้องยอมรับใช้ หลายๆ ด้าน จนกว่าจะรู้ว่า เราเด่นชัด มีภาระ และพระเจ้าใช้เราด้านไหน ? ใช่ ! ความสัมพันธ์กับผู้นำเขาจะช่วยบอกท่านว่าท่านเหมาะหรือเปล่า และการรับรองยืนยันจากเพื่อนสมาชิก ผลที่เกิดขึ้นกับตานั้นเอง สรุปคือ การยอมรับซึ่งกันและกันต้องมาก่อน

กุญแจสำคัญในการรับใช้ในมิตินี้ คือ จัดการบาดแผล นิสัยที่ทำให้เราต้องสูญเสียความสัมพันธ์กับพระกาย เราจำเป็นต้องถ่อมใจ ปล้ำสู้เพื่อมีชัยชนะในจุดอ่อนของเรา เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำและคนอื่นๆ เพื่อจะได้มีโอกาส รับใช้ในก้าวที่สองได้

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล
Cr: rmcbkk.com

Share